วิธีการทำความสะอาดโซฟาหนัง

1. ดูดฝุ่นให้ทั่วโซฟา ใส่ใจความสะอาดตรงช่องว่างกระว่างเบาะรองนั่งเป็นพิเศษด้วยล่ะ
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วยกำจัดสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ จากนั้นเช็ดให้ทั่วด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม
  • ขั้นตอนนี้จะทำให้ฝุ่นผงไม่ฝังติดกับหนังขณะคุณทำความสะอาดต่อในขั้นถัดไป
  • ในขณะที่ดูดฝุ่น ระวังชิ้นส่วนทำความสะอาดที่ทำจากพลาสติกด้วยล่ะ เดี๋ยวจะไปข่วนจนหนังเป็นรอย
2. มองหาจุดที่ต้องได้รับการทำความสะอาดเป็นพิเศษของโซฟา เพราะในการทำความสะอาดหนังนั้น ยิ่งสัมผัสหนังน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
  • ถ้ามีคราบสกปรกแค่ไม่กี่ที ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณนั้นพอและแตะต้องบริเวณอื่น ๆ ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • สำหรับบริเวณที่ยังพอสะอาดอยู่ แค่ใช้ผ้าสะอาดหมาด ๆ (อย่าให้ถึงกับชุ่ม) เช็ดก็พอแล้วล่ะ
  • หากโซฟาของคุณหุ้มด้วยหนังกลับหรือหนังนิ่ม คุณต้องทำความสะอาดด้วยวิธีอื่นแทนนะ
  • ลองอ่านบทความแนะนำวิธีการทำความสะอาดโซฟาหนังกลับในวิกิฮาวดูสิ

3. ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่บิดหมาดเช็ดตรงบริเวณที่มีรอยเปื้อนจาง ๆ วิธีนี้เหมาะสำหรับรอยเปื้อนจาง ๆ ขนาดใหญ่ซึ่งหากใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดโซฟาโดยเฉพาะแล้วจะกินเวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง

  • ใช้น้ำยาธรรมชาติที่มีความอ่อนโยนและไม่ประกอบด้วยสารโซเดียมลอริลซัลเฟตหรือสารอื่น ๆ ที่ออกฤทธิ์คล้ายคลึงกันเพราะสบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรงอาจทำให้หนังของโซฟาแห้งได้
  • ลองหยดสบู่หยดเล็ก ๆ ตรงบริเวณของโซฟาที่มองไม่เห็นจากด้านหน้าเพื่อทดสอบดูว่าใช้ได้หรือไม่
  • อย่าถูแรงเกินไปเพราะจะเป็นการกดฝุ่นให้ฝังแน่นลงบนหนังมากกว่าเดิม
  • วิธีการนี้ยังใช้ได้ผลกับการทำความสะอาดคราบเหนียวที่ละลายได้ด้วยน้ำอีกด้วย
  • ถูเบา ๆ และซักน้ำบ่อย ๆ บิดน้ำออกเพื่อที่ผ้าจะได้ไม่เปียกชุ่มเกินไป
  • เช็ดสลับกับผ้าสะอาดแห้ง ๆ เพื่อเช็ดฝุ่นที่ไม่ได้เกาะแน่น พื้นผิวของโซฟาหนังจะได้ยังแห้งอยู่

4. ถ้ามีคราบเชื้อราหรือเห็ดราขึ้น สเปรย์น้ำส้มสายชูผสมน้ำฤทธิ์เจือจางลงไปบางๆ

  • พยายามใช้น้ำส้มสายชูให้น้อยที่สุดและรีบเช็ดเพื่อที่โซฟาจะได้ไม่เปียกชุ่มเกินไป
  • น้ำส้มสายชูเป็นสารฆ่าเชื้อโรคฤทธิ์อ่อนโยนและสามารถกำจัดคราบเชื้อราได้

5. ซื้อน้ำยาทำความสะอาดโซฟา มาใช้กับบริเวณที่เปื้อนคราบหนัก น้ำยาทำความสะอาดทั่วไปที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ทำความสะอาดเครื่องหนังโดยเฉพาะอาจทำลายน้ำมันตามธรรมชาติที่เคลือบบนหนังได้ ยิ่งไปกว่านั้น หนังอาจจะแห้งและแตกได้เลยทีเดียว

  • หาซื้อน้ำยาทำความสะอาดโซฟาจากวัตถุดิบธรรมชาติ
  • น้ำยาทำความสะอาดโซฟาที่ใช้ดีที่สุดคือแบบแว๊กซ์ไม่ใช่แบบน้ำมันเพราะแว๊กซ์ทำความสะอาดจะช่วยทำให้พื้นผิวหนังชุ่มชื้นและแต่ไม่ชุ่มน้ำและช่วยในการระบายอากาศของหนังด้วย
  • จำไว้ว่าหนังเป็นน้ำยาทำความสะอาดโซฟาจากธรรมชาติและหนังแต่ละชิ้นก็แตกต่างกันอย่างละนิดละหน่อย คุณอาจต้องลองทำความสะอาดหลาย ๆ วิธีก่อนจะเจอวิธีการที่เหมาะสมกับโซฟาของคุณมากที่สุด

6. ลองทดสอบน้ำยาทำความสะอาดดูก่อน ทำความสะอาดตรงบริเวณเล็ก ๆ ที่มองเห็นยาก ๆ ก่อนแล้วค่อยใช้น้ำยาทำความสะอาดทั้งโซฟา

  • ดูแลให้โซฟาหนังแห้งสนิทจนทั่วและระวังไม่ให้มีคราบเปื้อนหรือรอยเปลี่ยนสีตกค้าง จากนั้นค่อยใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วโซฟา
  • น้ำยาทำความสะอาดหนังหลายอย่างมีตัวทำละลายที่ทำให้หนังเปลี่ยนสีได้

7. ทำความสะอาดด้วยผ้าบิดหมาด จุ่มผ้าลงไปในน้ำยาทำความสะอาดและบิดพอหมาด จากนั้นถูเป็นวงกลมลงบนโซฟาหนังด้วยแรงกดปานกลาง

  • ใช้ผ้าหมาด ๆ ก็พอ ผ้าที่ชุ่มน้ำเกินไปจะทิ้งรอยเปื้อนไว้บนหนังได้
  • เริ่มทำความสะอาดจากบริเวณที่สกปรกน้อยที่สุด (แต่ยังต้องทำความสะอาดอยู่ดี) จากนั้นค่อยขยับไปทำความสะอาดบริเวณที่สกปรกกว่า คราบสกปรกจะได้ไม่กระจาย
  • เปลี่ยนหรือทำความสะอาดผ้าบ่อย ๆ จุ่มผ้าลงในน้ำยาทำความสะอาดและใช้ส่วนที่ยังสะอาดของผ้าเช็ดโซฟาจนทั่วบริเวณที่ต้องทำความสะอาด
8. เช็ดคราบน้ำยาทำความสะอาดที่ตกค้างบนโซฟา ใช้ผ้าสะอาดบิดหมาดเช็ดบริเวณเบาะรองนั่งอีกครั้ง ซักผ้าในน้ำสะอาดหลังจากการเช็ดแต่ละครั้ง รอบนี้ไม่ต้องจุ่มผ้าลงในน้ำยาทำความสะอาดแล้วเพราะตอนนี้คุณต้องการล้างคราบของน้ำยาทำความสะอาดที่ใช้ออกให้หมด

9. กำจัดรอยเปื้อน ขั้นตอนนี้จะได้ผลหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับประเภทและความหนักหนาของรอยเปื้อน รอยเปื้อนที่ฝังแน่นหรือมีสีที่ล้างออกยากอาจจะไม่ยอมถูกขจัดไปโดยง่าย

  • กลับไปทำความสะอาดบริเวณรอยเปื้อนด้วยน้ำยาทำความสะอาดโซฟาหนังที่ช่วยขจัดคราบหนักและมีฤทธิ์กัดกร่อนอ่อน ๆ เช่น คุณอาจจะใช้ยาสีฟันปริมาณเล็กน้อยมาช่วยทำความสะอาด เช็ดทุกอย่างออกให้หมดหลังจากเสร็จขั้นตอนแล้ว
  • อย่าลืมทดลองน้ำยาทำความสะอาดที่จะใช้ก่อนด้วยล่ะ!
  • ถ้ารอยเปื้อนไม่ยอมหลุดออกง่าย ๆ อย่าถูซ้ำ ๆ เพราะคุณอาจจะทำลายหนังได้
  • จำไว้ว่าบางครั้งการทิ้งคราบไว้อย่างนั้นอาจจะดีกว่าทำให้แย่กว่าเดิมก็ได้ คุณอาจจะลองพลิกด้านเบาะรองนั่งดูก็ได้นะ
  • ถ้าลองทุกวิธีแล้วแต่ยังไม่ได้ผล ลองปรึกษานักทำความสะอาดมืออาชีพดู พวกเขาอาจจะช่วยคุณกำจัดรอยเปื้อนหรืออย่างน้อยก็อาจจะช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกถึงวิธีการกำจัดรอยเปื้อนแบบที่คุณกำลังประสบอยู่ได้
10. เช็ดโซฟาให้แห้ง ใช้ผ้าแห้งเช็ดเบาะรองนั่งและเป่าลมที่บริเวณที่ทำความสะอาดเพื่อที่โซฟาหนังจะได้แห้งเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

11. เพิ่มความชุ่มชื้นให้หนัง หลังจากเช็ดโซฟาหนังจนแห้งหมดแล้ว ทาน้ำยาบำรุงหนังเคลือบบาง ๆ ให้ทั่วโซฟา

Minimum 4 characters